เป้าหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการตามแนวทางด้านความยั่งยืน (ESG)

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านESG โดยผลลัพธ์ไม่เพียงแต่มีผลด้านกำไร แต่ยังสะท้อนถึงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลขององค์กรอีกด้วย

การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน

โดยมีระบบ ISO45001:2018 สำหรับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะปรับปรุงพัฒนาความปลอดภัยและอนามัยของทั้งพนักงานและบุคลากรอื่นๆ

ลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บในที่ทำงาน:
การมีระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บที่ทำงาน ซึ่งสามารถช่วยป้องกันความสูญเสียทั้งในด้านทรัพยากรบุคคลและการเงิน
เพิ่มความมั่นใจและความพึงพอใจของพนักงาน:
การรู้ว่านายจ้างใส่ใจกับสุขภาพและความปลอดภัยของพวกเขาสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจและความพึงพอใจในงาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตและการรักษาพนักงานได้ดี
ปรับปรุงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์:
ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและการดูแลที่ดีต่อพนักงาน ซึ่งสามารถช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์
ลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ:
การลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเนื่องจากการรักษาพยาบาล, การเสียเวลาของพนักงาน, และค่าเสียหายต่ออุปกรณ์หรือสินค้า
ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ:
การมีระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยที่ดีสามารถช่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
ส่งเสริมการสื่อสารและการร่วมมือในทีม:
การมีโปรแกรมสุขภาพและความปลอดภัยที่ดีสามารถช่วยส่งเสริมการสื่อสารและการทำงานร่วมกันของพนักงาน เพื่อระบุและจัดการกับความเสี่ยงต่างๆ ในสถานที่ทำงาน
สิทธิมนุษยชนและแรงงานเด็ก

โดยมีการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรทุกระดับมีความชัดเจน เข้าใจและตระหนักรู้ด้วยการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างยุติธรรม

ปรับปรุงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ:
การแสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและการห้ามใช้แรงงานเด็กช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากขึ้นในแบรนด์
เพิ่มความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า:
ผู้บริโภคที่มีความสนใจและตระหนักถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบทางสังคม ซึ่งสามารถนำไปสู่ความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาพลักษณ์:
การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและแรงงานเด็กช่วยลดความเสี่ยงของการถูกดำเนินคดีหรือเกิดวิกฤตภาพลักษณ์ที่อาจเกิดขึ้น
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและพนักงาน:
การดำเนินการอย่างมีจริยธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชนสามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและพนักงาน ซึ่งสามารถนำไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นและการสนับสนุนจากชุมชน
เพิ่มการแข่งขันและการเข้าถึงตลาดใหม่:
บริษัทที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและไม่ใช้แรงงานเด็กอาจมีโอกาสดีขึ้นในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ และการเป็นพันธมิตรกับบริษัทอื่นๆ ที่มีมาตรฐานที่คล้ายคลึงกัน
ส่งเสริมความยั่งยืนของซัพพลายเชน:
การมุ่งมั่นต่อสิทธิมนุษยชนในซัพพลายเชนสามารถช่วยให้แน่ใจว่าซัพพลายเชนนั้นยั่งยืนและปราศจากการใช้แรงงานเด็กและการละเมิดสิทธิอื่นๆ
ความผูกพันของพนักงาน

โดยมีการจัดทำ Engagement Survey เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน รวมถึงการเก็บข้อแสนอแนะต่างๆ นำมาปรับปรุง ให้องค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างดี

เพิ่มผลผลิต:
พนักงานที่มีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นต่อองค์กรมักจะทำงานด้วยความพยายามที่มากขึ้น ส่งผลให้มีประสิทธิผลในการทำงานสูงขึ้น
ลดอัตราการลาออก:
พนักงานที่รู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วมและมีความสำคัญกับองค์กรมักจะมีความภักดีมากขึ้น ลดโอกาสที่พวกเขาจะลาออกและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการหาและฝึกอบรมพนักงานใหม่
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า:
พนักงานที่มีความสุขและมีส่วนร่วมมักจะให้บริการลูกค้าดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงและเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำ
ส่งเสริมนวัตกรรมและการปรับปรุง:
พนักงานที่มีส่วนร่วมมักจะมีความกระตือรือร้นที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ๆ และช่วยในการหาวิธีปรับปรุงกระบวนการทำงานและผลิตภัณฑ์
สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี:
การมีส่วนร่วมของพนักงานสามารถส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุน ส่งเสริมการสื่อสารที่ดี และการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิผล
ปรับปรุงภาพลักษณ์และการเป็นแบรนด์:
องค์กรที่มีพนักงานที่มีความสุขและมีส่วนร่วมจะมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของสาธารณชนและตลาดงาน ช่วยเสริมสร้างการเป็นแบรนด์ที่ดี
รักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

โดยมีการกำหนดนโยบายความปลอดภัยทางไซเบอร์และมาตรการที่จะใช้ในองค์กรตลอดจนการติดตั้งระบบภัยคุกคามต่อเนื่องขั้นสูง

ปรับปรุงความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของแบรนด์:
การปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA และการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัยช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาของลูกค้า
ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและการปรับ:
การปฏิบัติตาม PDPA ช่วยลดความเสี่ยงที่องค์กรจะต้องเผชิญกับการถูกปรับหรือการดำเนินคดีทางกฎหมายเนื่องจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เพิ่มความพึงพอใจและความไว้วางใจของลูกค้า:
ลูกค้าที่รู้สึกว่าข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมมีแนวโน้มที่จะมีความพึงพอใจและไว้วางใจในแบรนด์มากขึ้น
สร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย:
การปฏิบัติตาม PDPA แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีความจริงจังในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับพาร์ทเนอร์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สป้องกันการสูญเสียข้อมูลและการโจรกรรมข้อมูล:
การมีมาตรการความปลอดภัยข้อมูลที่เหมาะสมช่วยป้องกันการสูญเสียหรือการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำไปสู่ความเสียหายต่อทั้งลูกค้าและธุรกิจ
ส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี:
การปฏิบัติตาม PDPA ต้องการระบบการจัดการข้อมูลที่เข้มงวด ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระเบียบ
เพิ่มการแข่งขันในตลาด:
ธุรกิจที่ปฏิบัติตาม PDPA สามารถใช้เป็นจุดขายเพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลลูกค้า ช่วยให้ได้เปรียบในการแข่งขันตลาด
ความช่วยเหลือทางสังคม

โดยมีนโยบาย วัตถุประสงค์ ให้ความช่วยเหลือทางสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ปรับปรุงภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์:
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมช่วยเหลือสังคมช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในสายตาของลูกค้าและสาธารณะ
สร้างความภักดีของลูกค้า:
ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน การช่วยเหลือสังคมสามารถช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้าและสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง
เพิ่มความพึงพอใจและมีส่วนร่วมของพนักงาน:
พนักงานมีแนวโน้มที่จะรู้สึกภาคภูมิใจและมีความมุ่งมั่นต่อองค์กรที่มีการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม ส่งผลให้พนักงานมีความสุขและผลผลิตเพิ่มขึ้น
สร้างความสัมพันธ์กับชุมชน:
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมช่วยเหลือสังคมสามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนและเพิ่มความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับกลุ่มชุมชนต่างๆ
เปิดประตูสู่ตลาดใหม่:
การเข้าถึงชุมชนและตลาดใหม่ๆ ผ่านการช่วยเหลือสังคมสามารถเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับธุรกิจในการเจาะตลาดและขยายธุรกิจ
ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ:
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์และการรับรู้ของสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลลบต่อธุรกิจ
สนับสนุนการพัฒนายั่งยืน:
การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนายั่งยืนของธุรกิจ ช่วยให้บริษัทปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สากลและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
เอกสาร ดาวน์โหลด
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
กลไกหรือแนวทางการเยียวยาหากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จำนวนพนักงานแยกตามเพศ
จำนวนการจ้างงานผู้พิการหรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ
เป้าหมายการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2566
สถิติอัตราการบาดเจ็บรวมจากการทํางาน พ.ศ. 2566
สถิติการเสียชีวิตจากการทํางาน พ.ศ. 2566
Engagement Survey
การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า
จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้า
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
สิทธิมนุษยชนและกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
Human Rights Due Diligence Manual
นโยบายด้านการพัฒนาศักยภาพพนักงาน
สุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน
นโยบายด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม