เป้าหมายของบริษัทฯ ในการดำเนินการตามแนวทางด้านความยั่งยืน (ESG)

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งบริษัทฯ มีเป้าหมายในการดำเนินงานด้านESG โดยผลลัพธ์ไม่เพียงแต่มีผลด้านกำไร แต่ยังสะท้อนถึงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลขององค์กรอีกด้วย

การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

โดยการนำทองคำที่ได้จากการรับซื้อกลับมารีโปรดิวส์หรือรีไซเคิลใหม่ เพื่อลดการสั่งซื้อ โดยตั้งเป้าหมายในปี 2566 - 2567 ไว้ที่ 40% จากยอดรับซื้อทั้งหมด

ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม:
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ลดการใช้ทรัพยากร, และลดการสร้างขยะสามารถช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติและลดการปล่อยมลพิษ
เพิ่มความน่าดึงดูดใจต่อลูกค้า:
ผู้บริโภคยุคใหม่มีความสนใจและความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอาจมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมและความเชื่อถือจากลูกค้า
เพิ่มความยั่งยืนในธุรกิจ:
: การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงวงจรชีวิตแบบครบวงจรสามารถช่วยให้ธุรกิจปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
ลดต้นทุนในระยะยาว:
แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนอาจต้องใช้การลงทุนเริ่มต้นที่สูงกว่า แต่สามารถลดต้นทุนในระยะยาวได้ ทั้งจากการลดการใช้วัสดุและลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ
เสริมสร้างความมั่นคงในซัพพลายเชน:
การใช้วัสดุที่ยั่งยืนและมีการจัดการที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงในซัพพลายเชน โดยลดความพึ่งพาวัสดุที่อาจหายากหรือมีราคาแพงในอนาคต
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โดยทำการติดตั้งติดตั้งโซล่าเซลล์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานขององค์กร โดยตั้งเป้าหมายในปี 2566 - 2567 จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 2%

ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต:
การลดการใช้พลังงานและวัสดุในกระบวนการผลิตสามารถลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่น การใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและวัสดุที่มีการรับรองว่าเป็นวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
เพิ่มความเชื่อถือของลูกค้า:
ลูกค้ามักจะเรียกร้องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเป็นธุรกิจที่มีการใช้พลังงานและการผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถช่วยเพิ่มความเชื่อถือของลูกค้า
ประหยัดพลังงานและวัสดุ:
การลดการใช้พลังงานและวัสดุไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร:
การตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกช่วยเน้นให้ธุรกิจเริ่มคิดวิธีในการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเป็นผู้นำด้านความสีเขียว:
การตั้งเป้าหมายและการกระทำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกช่วยให้ธุรกิจเป็นตัวนำในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
เปิดโอกาสทางธุรกิจ:
การลดการใช้พลังงานและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอาจสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีการใช้พลังงานและวัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
การจัดการพลังงานเพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า

โดยมีโครงการในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายในปี 2566 - 2567 จะลดการใช้พลังงานไฟฟ้าให้ได้ 5%

ลดต้นทุนการดำเนินงาน:
การจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น ค่าไฟฟ้าสำหรับแสงสว่าง, การทำความเย็น, และอุปกรณ์อื่นๆ ในร้านค้าหรือสถานที่จัดจำหน่าย
เพิ่มความน่าดึงดูดใจของแบรนด์:
ธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของลูกค้า ทำให้ธุรกิจน่าดึงดูดใจมากขึ้นต่อผู้บริโภคที่ใส่ใจต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในร้าน:
การใช้แสงธรรมชาติและระบบแสงที่ประหยัดพลังงานสามารถช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในร้านดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกค้าใช้เวลามากขึ้นในร้าน
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก:
โดยการลดการใช้พลังงาน ธุรกิจสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
เพิ่มความมีประสิทธิภาพและความเป็นมืออาชีพ:
การใช้ระบบแสงสว่างและอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสามารถแสดงถึงการบริหารจัดการที่ดีและการมุ่งมั่นต่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการลดการใช้น้ำ

โดยมีโครงการในการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำแบบอัตโนมัติโดยตั้งเป้าหมายที่จะลดการใช้น้ำ ในปี 2566 - 2567 จะลดการใช้การใช้น้ำให้ได้ 2%

ลดต้นทุนการดำเนินงาน:
การลดการใช้น้ำสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เช่น ค่าน้ำ ซึ่งสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานรวมของธุรกิจได้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดการสูญเสียน้ำและลดผลกระทบที่เกิดจากการสูบน้ำจากแหล่งธรรมชาติ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันความแห้งแล้งและการลดลงของระดับน้ำใต้ดิน
เพิ่มความยั่งยืนของธุรกิจ:
การมีระบบการจัดการน้ำที่ดีสามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี:
ธุรกิจที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการจัดการน้ำอย่างมีความรับผิดชอบสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสามารถนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและการสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี
การจัดการของเสีย การส่งเสริมการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำ

โดยมีโครงการในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถนำกลับมาใช้หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ:
การรีไซเคิลวัตถุดิบเช่นโลหะมีค่า และเพชร สามารถลดความต้องการสำหรับทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยให้ทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ได้ยาวนานขึ้น
ลดต้นทุน:
การใช้วัตถุดิบที่ได้จากการรีไซเคิลสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต เนื่องจากวัตถุดิบเหล่านั้นมักจะถูกกว่าวัตถุดิบใหม่ๆ
สร้างภาพลักษณ์ที่ดี:
ธุรกิจที่ดำเนินการอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมักได้รับการรับรู้ที่ดีจากลูกค้า ซึ่งสามารถนำไปสู่การเพิ่มยอดขายและฐานลูกค้าที่ภักดี
ลดปริมาณของขยะ:
การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสามารถลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบหรือเผาไหม้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปนเปื้อนของดินและน้ำ
เพิ่มความน่าเชื่อถือและความมั่นคง:
ธุรกิจที่มีการจัดการขยะและการรีไซเคิลที่ดีสามารถลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลนทรัพยากรและแรงกดดันจากกฎหมายและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
เอกสาร ดาวน์โหลด
มาตรการด้านการประหยัดน้ำ
ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ : การพัฒนาบรรจุภัณฑ์โดยคำนึงถึงสังคม และสิ่งแวดล้อม
การใช้ไฟฟ้า/พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การรณรงค์เพื่อลดการใช้พลังงาน
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
การจัดการขยะไม่อันตรายและของเสียไม่อันตราย
โครงสร้างการบริหารความยั่งยืนและหน้าที่ความรับผิดชอบ
การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ